นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT TELECOM) กล่าวถึงกรณีการจับกุมเว็บมาสเตอร์ผู้เผยแพร่ภาพลามกอนาจารผ่านเว็บไซต์ nisitgirl.com ว่าเว็บมาสเตอร์ดำเนินกิจการเว็บไซต์ดังกล่าวบนเซิร์ฟเวอร์ของ บริษัท เน็ตดีไซน์โฮสต์ จำกัด เป็นผู้เช่าพื้นที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ในบริเวณศูนย์ CAT-IDC ของ กสท.ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตครบวงจร นอกจากบริการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสำหรับลูกค้าแล้ว ได้มีการเปิดให้เช่าพื้นที่วางเครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือเรียกว่าบริการ Co-Location โดยแบ่งย่อยเป็นแรค โดย 1แรคสามารถตั้งเซิร์ฟเวอร์ได้ 10-20 เครื่อง ส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาเช่าวางเซิร์ฟเวอร์จะมีผู้เช่าต่ออีกหลายรายเพื่อสร้างเว็บไซต์และทำธุรกรรมต่างๆทางอินเทอร์เน็ต
รองกก.ผจก.ใหญ่ บมจ.กสท.กล่าวต่อว่า บทบาทของ กสท. ในฐานะเจ้าของอาคารและผู้ให้บริการศูนย์ CAT-IDC คือ การให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่องรวมทั้งระบบเครือข่ายและความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งให้การดูแลอุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์ของลูกค้าด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของเนื้อหาบนแต่ละเว็บนั้นเป็นเรื่องสุดวิสัยที่จะตามไปตรวจสอบได้ทั้งหมด เพราะมีจำนวนหลายพันเว็บไซต์และข้อมูลที่เปลี่ยนทุกวัน
“ลูกค้าที่มาใช้บริการ Co-Location ของศูนย์ CAT-IDC นั้น CAT ได้มีการแจ้งเงื่อนไขไว้ท้ายสัญญาอย่างชัดเจนในข้อแรกว่าผู้ใช้บริการจะต้องไม่ใช้บริการไปในทางที่ผิดกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมทั้งต้องไม่กระทำการต่างๆ ซึ่งระบุในข้อ 1.5 คือ การให้บริการเว็บไซต์ที่นำเสนอสิ่งผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรม ในที่นี้รวมถึงสื่อลามกอนาจาร การทำให้ผู้อื่นเสียหาย การพนัน รวมถึงการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ลักษณะนี้ด้วย” นายมารุตกล่าว
รองกก.ผจก.ใหญ่ บมจ.กสท.กล่าวอีกว่า หากพบมีผู้ใช้บริการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวหรือใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นการเผยแพร่ภาพลามก เปิดแคมฟร็อก หรือการให้บริการดาวน์โหลดไฟล์แบบบิตทอเรนต์ ที่นอกจากละเมิดลิขสิทธ์แล้วยังเป็นการรบกวนแบนด์วิธของส่วนรวม ศูนย์ CAT-IDC จะมีมาตรการขั้นต้นคือการแจ้งเตือนทางอีเมล์และโทรศัพท์ขอให้หยุดการกระทำภายใน 1-2 ชั่วโมง โดยที่ผ่านมาผู้ใช้บริการให้ความร่วมมือด้วยดี เนื่องจากหากยังทำผิดต่อไปทางศูนย์ฯ จะทำการบล็อกเว็บไซต์ทันที โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมา CAT TELECOM ได้เพิ่มการควบคุมและและตรวจสอบการใช้งานในลักษณะ บิตทอเรนต์ อย่างใกล้ชิดด้วยการมอนิเตอร์ตลอดเวลาซึ่งหากพบจะบล็อกทันทีเพื่อมิให้รบกวนแบนวิดธ์ในการใช้งานของผู้ให้บริการรายอื่น
นายมารุต กล่าวด้วยว่า หนทางที่จะช่วยให้การสอดส่องดูแลได้ผล คือ CAT TELECOM ได้ร่วมมือกับกระทรวงไอซีที ขอความร่วมมือประชาชนเมื่อพบเจอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หรือมีแนวโน้มในเชิงลามกอนาจารให้ช่วยกันแจ้งข้อมูลที่ศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยีของกระทรวงไอซีที ที่จะมีการประสานกับ CAT TELECOM หรือผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งที่เกี่ยวข้องให้ทำการบล็อกเว็บไซต์ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง การดำเนินคดีกับผู้ดูแลเว็บไซต์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ระบุว่า หลังจากที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2550 พบว่ายังมีผู้ให้บริการเว็บไซต์จำนวนหนึ่งจงใจละเมิดกฎหมาย จนเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต และประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม จากปัญหาความไม่ชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้การสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ เกิดความไม่เป็นธรรมและอาจมีการเลือกปฏิบัติ ดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในหลายกรณี
สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ในฐานะองค์กรตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพดูแลเว็บไซต์ในประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์โดยผู้ไม่ประสงค์ดี ซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยและไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย พร้อมกันนี้ สมาคมฯ ขอชี้แจงจุดยืนต่อการบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ดังต่อไปนี้
1) ผู้ให้บริการเว็บไซต์ที่ดีในประเทศไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนอื่นๆของสังคม ในการติดตาม สืบหา และจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้ดูแลเว็บไซต์ดำเนินกิจการเว็บไซต์ของตนให้มีความปลอดภัย เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต
2) ผู้ให้บริการเว็บไซต์ทั้งหลาย ควรรีบดำเนินการปรับปรุงเว็บไซต์และขั้นตอนการให้บริการให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 โดยเคร่งครัด และหากข้อปฎิบัติใด ไม่ชัดเจน ในเบื้องต้น ขอให้ผู้ให้บริการเว็บไซต์ที่ให้บริการกระดานข่าวหรือส่วนที่ผู้ใช้บริการสามารถส่งข้อมูลขึ้นไปได้เอง รีบดำเนินการปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีความปลอดภัยสูงขึ้น โดยศึกษาได้จากแนวปฎิบัติในการดูแลกระดานข่าวของผู้ดูแลเว็บไซต์ ที่ออกโดย สภาวิชาชีพผู้ดูแลเว็บไทย เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2547
3) เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้ให้บริการเว็บไซต์ที่ดีสามารถให้บริการได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและยั่งยืน สมาคมผู้ดูแลเว็บไทยจะดำเนินการจัดประชุมหารือ กับหน่วยงานและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ให้บริการเว็บไซต์ เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนในการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เช่น การแจ้งลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เข้าลักษณะความผิด วิธีการปฎิบัติที่ดีของผู้ให้บริการในการดูแลข้อมูลบนเว็บไซต์ที่จะไม่เป็นการจงใจ สนับสนุน หรือยินยอมให้มีการกระทำความผิด การออกหมายเรียกหรือจับกุมตลอดจนการตรวจสอบและการยึดอายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าที่จำเป็นต่อเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทราบรายละเอียดแห่งความผิด เป็นต้น และเมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะประกาศให้สาธารณชนทราบที่เว็บไซต์http://www.webmaster.or.th/ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันในความปลอดภัยของประชาชน และลดโอกาสที่ผู้ให้บริการที่ดีจะถูกกระทำเกินกว่าเหตุในทางคดีและอาจถูกริดรอนสิทธิและเสรีภาพในการให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่องต่อไป
ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ






Post new comment