เบื้องหลัง www.thaitsunami.com เว็บไซต์จากน้ำใจคนไอซีทีเมืองไทย ตอนที่ 2

วันพุธที่ผ่านมา IT Digest ได้นำเสนอถึงเบื้องหลังสาเหตุที่ต้องจัดทำเว็บไซต์ www.thaitsunami.com ขึ้นและขั้นตอนการเปิด ใช้งานรวมทั้งบรรยากาศการจัดทำ เว็บไซต์ที่มีสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย อาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ และประชาชนทั่วไป ทั้งชาวไทยและต่างประเทศต่างร่วมมือกัน หลังจากเกิด "ธรณีพิบัติ" คลื่นยักษ์ "สึนามิ" (Tsunami) ไปแล้ว

ครั้งนี้ IT Digest จะขอเสนอเบื้องหลัง การทำเว็บไซต์ www.thaitsunami.com จากการบอกเล่าของอาสาสมัคร แต่ละคนที่ต้องออฟไลน์จากโลกไซเบอร์ ในช่วงวันหยุดปีใหม่ไปช่วยชาติ ยามเกิดภัยพิบัติ รวมทั้งความยากลำบากของ อาสาสมัครที่ต้องลงไปเก็บข้อมูล ในพื้นที่จริง เพื่อแสดงให้เห็นถึง น้ำในของ คนไอซีทีเมืองไทย จนนำมาสู่ฐานข้อมูลผู้ประสบภัยที่เป็น มาตรฐานและสา มารถออนไลน์ให้บริการ พี่น้องประชาชนชาวไทย และต่างประเทศทั่วโลกได้จริงแบบ 100% ในทุกวันนี้

นายจักรพงษ์ คงมาลัย กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย 1 ในอาสาสมัครชุดแรกที่ร่วมจัดทำเว็บไซต์ www.thaitsunami.com เล่าว่า ตั้งแต่ทราบข่าวคลื่นยักษ์ "สึนามิ" เข้าถล่ม 6 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทยในช่วงสาย ของวันที่ 26 ธ.ค. 2548 สื่อมวลชนแขนงต่างๆ ก็เริ่มใจไม่ค่อยดี ยิ่งเมื่อทราบตัวเลขผู้เสียชีวิต สูญหายและบาดเจ็บ ที่เพิ่มสูงขึ้นในวันต่อมาก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหล่านั้น เช่น บริจาคเงินและสิ่งของจำเป็น เป็นต้น เท่าที่จะทำได้ จากนั้น ก็มาคิดและคุยกับเพื่อนๆ หลายคนว่าน่าจะใช้ความสามารถด้านไอทีที่มีอยู่มาทำอะไรสักอย่าง ที่เป็นประโยชน์แต่ยังไม่มีข้อสรุป

"บังเอิญเย็นวันที่ 30 เลขาธิการสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยบอกว่าสมาคมฯอาสาที่จะทำเว็บไซต์ www.thaitsunami.com ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เมื่อรู้แล้วก็ตกลงทันทีเพราะต้องการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยอยู่แล้ว ในลงมือทำงานจริง ส่วนตัวก็ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ทั้งเขียน Html, Design และรวบรวมข้อมูล ทำอยู่อย่างนี้ทั้งวันทั้งคืน แต่ก็มีความสุขที่ได้มีส่วนช่วยเหลือผู้ประสบภัย" นายจักรพงษ์ เล่าบรรยากาศขณะทำงานเพิ่มเติม

อีก 1 อาสาสมัครชาวอังกฤษ ที่เข้าอยู่ในเมืองไทยได้เพียง 2 เดือน แต่เรียนภาษาไทยมา 5 ปี จนสามารถใช้ภาษาไทยได้คล่อง นายไมเคิล โล เล่าว่า ขณะนั้นพบประกาศของ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทยในเว็บไซต์ ที่ต้องการอาสาสมัคร มาช่วยแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ระหว่างการทำเว็บไซต์ www.thaitsunami.com ก็ตัดสินใจเข้ามาเป็นอาสาสมัคร เพื่อช่วยงานทันที ส่วนตัวรู้สึกดีใจมากที่ได้ใช้ความสามารถ ที่มีอยู่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย หลังจากไปบริจาคเงิน สิ่งของและเลือดตั้งแต่วันเกิดเหตุใหม่ๆแล้ว

"ดีใจมากที่มีโอกาสช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ เพราะคนไทยเองแม้จะประสบภัยเช่นกัน แต่ก็ช่วยเหลือและมีน้ำใจให้ชาวต่างชาติเป็นอย่างดี ดังนั้น ในฐานะที่เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทย ก็ต้องช่วยเหลือผู้ประสบเหตุให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้" นายไมเคิล เล่าเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตามการจัดทำเว็บไซต์ www.thaitsunami.com ครั้งนี้ไม่ได้มีเฉพาะ อาสาสมัครที่ทำหน้าที่ทำเว็บไซต์อยู่ในกรุงเทพฯเท่านั้น แต่ยังมีอาสาสมัครอีกหลายคนจากหลายหน่วยงานที่ลงไปเก็บข้อมูลจริงในพื้นที่ ประสบภัยเพื่อนำมาจัดทำเป็นฐานข้อที่ถูกต้องและได้มาตรฐาน

นายอัครวุฒิ ตำราเรียง กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย เล่ารายละเอียดเบื้องหลังการลงไปเก็บข้อมูลผู้ประสบภัยในพื้นที่จริง ว่า หลังเกิดเหตุการณ์ประมาณ 2-3 วัน ข้อมูลผู้ประสบภัยที่มาจากหลายหน่วยงาน มีความซ้ำซ้อนกันมาก เพราะมาจากหลายหน่วยงงาน สมาคมฯจึงส่งตนและทีมงานลงไปเก็บข้อมูลเพื่อจะนำมารวมรวบไว้ในเว็บไซต์ของสมาคม ประกอบกับส่วนตัวยังเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการมูลนิธิร่วมกตัญญูอีกสถานะหนึ่ง จึงถือโอกาสทำหน้าที่เก็บข้อมูลต่างๆ เช่น บัน ทึกข้อมูล ถ่ายภาพ เป็นต้น ให้ทั้ง 2 หน่วยงานไปพร้อมๆ กัน

นายอัครวุฒิ เล่าต่อว่า ลงไปเก็บข้อมูลในพื้นที่จริงตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 2547 เพิ่งกลับมาได้ไม่กี่วัน โดยวันที่ 30 ธ.ค. 2547 เมื่อเดินทางถึง จ.ภูเก็ต ก็เดินทางต่อไปยัง เขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ทันที แวะดูสภาพที่ ต. ลำแก่น พบว่ามีศพเรียงรายอยู่จำนวนมาก แต่ขณะนั้นเย็นมากแล้วจึงแวะเข้าที่พักที่ เขาหลัก เนเจอร์ รีสอร์ท ซึ่งเจ้าของเปิดให้อาสาสมัครทุกฝ่ายได้เข้าพักฟรีทั้งอาสาสมัครกู้ภัย หรือ อาสาสมัครจากหน่วยไหนก็ได้ ส่วนปัญหา คือ ไม่มีน้ำอาบ

วันที่ 31 ธ.ค. 2547 เดินทางจากที่พักไปสมทบกับทีมงานอื่นๆ ณ วัดย่านยาว ที่คุณหญิงแพทย์หญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ กับทีมงานทำงานอยู่ เมื่อไปถึงระบบไอทีต่างๆ ยังไม่ลงตัว การทำงานวุ่นเล็กน้อย ขณะนั้นมีทีมงานจากบริษัท ซีดีจี กรุ๊ป และทีมงานบริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) กำลังเริ่มวางระบบอยู่ ส่วนทีมสมาคมฯ ที่ลงไป ได้ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 2003 Server เพื่อใช้เป็นช่องทางหลัก (Gateway) และใช้ในการติดตั้ง MS-SQL Server

เที่ยงวันที่ 31 ธ.ค. 2547 ทีมงานสมาคมฯย้ายจาก วัดย่านยาว มาที่วัดบางม่วง โดยคำขอของทีมแพทย์ศิริราช ที่จุดนี้ทีมงานสมาคมฯต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ทีมลงไปถ่ายรูปชันสูตรพลิกศพร่วมกันแพทย์และทีมที่เข้ามาช่วย วางระบบคอมพิวเตอร์ในการเก็บรูปภาพและบันทึกข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ ส่วนค่ำวันที่ 31 ธ.ค. 2547 เดินทางจากวัดบางม่วงกลับที่พักและยังไม่มีน้ำอาบเหมือนเดิม

"เช้าวันที่ 1 ธ.ค. 2548 ทีมงานสมาคมฯเดินทางมาทำงานต่อที่วัดบางม่วง วันนี้มีอาสาสมัครจาก DTAC เข้ามาช่วยในการถ่ายรูปศพช่วยอีกหลายคน ส่วนตนเองเชื่อมต่อระบบเครือข่าย สำหรับโน้ตบุ๊คและและเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี จำนวน 8 เครื่องที่ใช้ในการจัดเก็บรูปภาพและตัดสินใจเกี่ยวกับ format ในการเก็บข้อมูลลงโปรแกรม excel วันนี้การประสานงานกับทีมงานอื่นๆ ที่วัดย่านยาวค่อนข้างลำบากเพราะไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วย มีเพียงทีมทำเว็บไซต์ส่วนราชการท้องถิ่นที่เข้ามาเอาข้อมูลที่ถูกจัดเก็บเสร็จแล้วเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ก่อนกลับมาทราบว่าในพื้นที่ประสบภัยทุกจังหวัดการจัดเก็บข้อมูล ทำได้รวดเร็วขึ้นและลดความซ้ำซ้อนลงได้มากเพราะ ระบบไอทีที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลดีขึ้น สุดท้ายข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวบรวมไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปใช้งานต่อไป" กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมฯ เล่าบรรยากาศ

ส่วน กรรมการฝ่ายหารายได้ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย 1 ในทีมงานสมาคมฯที่ลงไปเก็บข้อมูลในพื้นที่ นางสาวฐานิญา ภักดีมงคล เล่าว่า เมื่อลงพื้นที่จริงวันแรกที่วัดบางม่วงพบว่าจำนวนอาสาสมัคร ที่เก็บข้อมูลจากศพมีน้อยกว่าจำนวนศพมาก ตอนแรกตั้งใจลงไปบันทึกข้อมูลสำเร็จรูปอย่างเดียว ไม่ได้ตั้งใจไปเก็บข้อมูลจากศพโดยตรง แต่เมื่อแพทย์ศิริราช ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบตรงจุดนี้ขอร้องก็ทำทันที ทั้งๆ ที่ตลอดชีวิตไม่คุ้นเคยกับศพมาก่อน

"ลงพื้นที่วันแรก 1 ทีมจะมีอยู่ 5 คน โดยมีแพทย์ 1 คน เป็นหัวหน้าทีม เริ่มต้นแพทย์ที่รับผิดชอบ ทีมขอร้อง ให้ช่วยเก็บข้อมูลรูปพันธุ์สันฐาณต่างๆ จากศพ เช่น รอยสัก แผลเป็น เป็นต้น หรือ เนื้อเยื่อและเซลล์กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เพื่อนำไปตรวจ DNA ก็อึ้งเหมือนกันเพราะเป็นผู้หญิง และไม่เคยคุ้นเคยกับศพมาก่อน วันนั้นศพเต็มไปหมดถ้าจะถอยกลับ ทีมงานที่เหลืออีก 4 คน ก็จะทำงานไม่ได้เลยต้องทำ แต่พอทำไปเรื่อยๆ กลับไม่รังเกียจและรู้สึกดีที่ได้ช่วยเหลือ" นางสาวฐานิญา เล่าเพิ่มเติม

ขณะนี้ระบบการทำงานของเว็บไซต์ www.thaitsunami.com เสร็จสมบูรณ์ 100% แล้ว โดยสามารถให้บริการประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ได้ตามวัตถุประสงค์ในการเป็นศูนย์กลางข้อมูล ในการอำนวยความสะดวกแก่ญาติเสียชีวิตหรือสูญหาย อย่างไรก็ตามเพื่อให้มั่นใจและเกิดความถูกต้องยิ่งขึ้นเมื่อผู้เกี่ยวข้องพบรายชื่อและสถานะ ของญาติที่สูญหายแล้วต้องตรวจสอบหลักฐานประกอบต่างๆ อีกครั้งด้วย

ทั้งหมดนี้ คือ เบื้องหลังการทำเว็บไซต์ www.thaitsunami.com จากการบอกเล่าของอาสาสมัครแต่ละคนที่ต่างคนต่างต้องทำหน้าที่ ของตัวเองจนทำให้เว็บไซต์ดังกล่าวกลายเป็น ศูนย์รวมข้อมูลที่เป็นเว็บไซต์เฉพาะกิจเกี่ยวกับ "สึนามิ" เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้

อย่างไรก็ตามแม้ "ธรณีพิบัติ" คลื่นยักษ์ "สึนามิ" (Tsunami) ที่ถล่ม 6 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทยจะสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ให้กับประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างมิอาจประเมินค่าได้ แต่ระหว่างนี้ก็เห็นน้ำใจจากคนไทยในส่วนต่างๆ ของสังคมที่พยายามช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ เช่น การบริจาคเงิน เสื้อผ้า อาหารและเลือด เป็นต้น

ไม่เว้นแม้กระทั่งน้ำใจจากคนไอซีทีเมืองไทยที่ใช้กำลังแรง กำลังใจ ความรู้ ความสามารถและทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่มาช่วยอย่างเต็มที่อีกแรง…

ที่มา : IT Digest Online

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.

โครงการปัจจุบัน

โครงการ SpeedTest โครงการปัญญาไทย โครงการจิบกาแฟ ก้าวสู่วิชาชีพเว็บมาสเตอร์รุ่นเยาว์