นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการคลังปัญญาไทย และเว็บไซต์ PanyaThai.or.th ว่า เว็บดังกล่าวจะเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ในอินเทอร์เน็ต หลังพบว่าเด็กไทยร้อยละ 70 ใช้อินเทอร์เน็ตในทางไม่สร้างสรรค์ มีโอกาสเกิดพฤติกรรมเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น ถูกล่อลวง อีกทั้งความรู้ส่วนใหญ่ที่มีมากเป็นภาษาอังกฤษเว็บไซต์นี้จะรวบรวมความรู้ ใช้หลักการสารานุกรมเสรีที่มีเนื้อหาเยอะที่สุดในโลก หรือวิกิพีเดีย แบ่งเนื้อหาเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่แสดงความรู้ที่แก้ไขไม่ได้ เช่น พระบรมราโชวาท, พระราชดำรัส, วิทยานิพนธ์ กับส่วนที่เปิดให้สามารถร่วมกันปรับแก้เพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นบทความเกี่ยวกับความรู้ ภูมิปัญญาไทย ความดี และคำแนะนำในการทำงาน
“เว็บไซต์นี้จะรวบรวมภูมิปัญญาและความรู้ของคนไทยมานำเสนออย่างเป็นระบบ เพื่อให้คนไทยได้เรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งการเรียนรู้จะทำให้เป็นอิสระ หลุดพ้นจากความโง่เขลา หรืออวิชชา, อิสระจากกิเลส ความไม่ดี และอิสระจากอัตตาหรือการถือตัวเองเป็นใหญ่คิดว่าตัวเองถูกตลอดเวลา จนไม่ยอมเรียนรู้เพิ่มเติม”
นายครรชิต มาลัยวงศ์ ประธานโครงการคลังปัญญาไทย กล่าวว่า เว็บคลังปัญญาไทยได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานว่า “เด็กควรได้เรียนความรู้ ควรได้เรียนความดี และควรได้เรียนวิธีทำงานได้” และโดยที่ปีหน้าเป็นปีมหามงคลที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา จึงได้กำหนดจะจัดทำเว็บคลังปัญญาไทยถวายเป็นราชสักการะ โดยจะรวบรวมบทความและสาระให้ได้อย่างน้อย 80,000 เรื่อง ในปี 2550
ทางด้านนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้แทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เว็บคลังปัญญาไทยเหมาะกับการเรียนรู้ การศึกษา ของนักเรียนนักศึกษาในพื้นที่ห่างไกล กระทรวงศึกษาฯ จึงมีนโยบายสนับสนุนให้ข้าราชการและนักเรียนนักศึกษาได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรวบรวมองค์ความรู้ไว้ในเว็บคลังปัญญาไทย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาหาความรู้ของนักเรียนและคณาจารย์
เปิดตัวเว็บ "คลังปัญญาไทย"
Submitted by on 6 December 2006.






Post new comment