หมวดที่ 1
ความทั่วไป
ข้อ 1 สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ย่อว่า สผวท. เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Thai Webmaster Association ย่อว่า TWA
ข้อ 2 เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็นรูป เป็นรูปเครื่องหมาย แอด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญในอีเมล์ อยู่บนสี่เหลี่ยมผืนผ้าเอียงและลอยตัวอยู่ มีชื่อสมาคมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษอยู่ด้านล่าง

ข้อ 3 สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ เลขที่ 99/23 ยูนิต เค หมู่ 4 ชั้น 12 อาคารเขตอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120
ข้อ 4 ข้อบังคับนี้ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเป็นต้นไป
หมวดที่ 2
วัตถุประสงค์
ข้อ 5 วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ
5.1 เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ความคิดเห็น ระหว่างสมาชิก และส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและวัฒนธรรม
5.2 ปกป้องและคุ้มครองสมาชิกของสมาคมผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ
5.3 ส่งเสริมวิชาชีพผู้ดูแลและพัฒนาเว็บ และยกระดับสมาชิกของสมาคมให้สูงขึ้น ทั้งด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านวิชาการ และจริยธรรม
5.4 เป็นคนกลางเพื่อประสานงานให้เกิดผลที่นำไป สู่การแก้ไขปัญหาของสังคมสารสนเทศ รวมทั้งคุ้มครองผู้บริโภคด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
5.5 ผดุงไว้ซึ่งมาตรฐานอันดีงามและบำเพ็ญตนของสมาชิกให้เป็นไปตาม จริยธรรมแห่งวิชาชีพ
5.6 ส่งเสริมความสามัคคี ภราดรภาพ และกิจกรรมสาธารณกุศลในหมู่สมาชิก
หมวดที่ 3
ประเภทและคุณสมบัติของสมาชิก
ข้อ 6 สมาชิกของสมาคมมี 4 ประเภท คือ
6.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ เจ้าของเว็บไซต์หรือผู้ที่มีอำนาจสูงสุด ในการกำหนดนโยบายและรูปแบบเพื่อการจัดทำเว็บไซต์ ซึ่งได้จดทะเบียนโดเมนกับผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนม ทั้งนี้ให้หมายรวมถึง ผู้แทนเว็บไซต์ที่เจ้าของเว็บไซต์ได้ลงนามรับรองแล้วและนักพัฒนาเว็บไซต์
6.2 สมาชิกวิสามัญได้แก่ 1. ผู้เคยมีคุณสมบัติตามข้อ 6.1 และได้พ้น ตำแหน่งหน้าที่มาแล้ว โดยมิได้ถูกลงโทษด้วยการภาคฑัณฑ์ ให้ออก ปลดออกหรือไล่ออก หรือมีเหตุอันเชื่อได้ว่าประพฤติผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพ 2. บุคคลทั่วไป รวมทั้งนิสิตนักศึกษาที่มีความ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคม
6.3 สมาชิกองค์กร ได้แก่ องค์กรที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีความสนใจและประสงค์จะเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคม ทั้งนี้ จะต้องส่งรายชื่อผู้แทนขององค์กรที่จะเข้าร่วมกิจกรรมกับสมาคมได้ไม่เกินสมัยละ 3 คน
6.4 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการบริหารษมาคม มีมติเชิญเป็นสมาชิกด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์
หมวดที่ 4
หน้าที่และสิทธิของสมาชิก
ข้อ 7 สมาชิกมีหน้าที่รักษาผลประโยชน์และเกียรติคุณของ สมาคมกับต้องสนับสนุนช่วยเหลือกิจกรรมของสมาคม ชำระค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมอื่น ตามที่คณะกรรมการบริหารสมาคมกำหนด และปฏิบัติตามข้อบังคับหรือระเบียบของสมาคมทุกประการ
ข้อ 8 สมาชิกทุกประเภทมีสิทธิ
8.1 เข้าร่วมประชุมและใช้สถานที่ของสมาคมตามระเบียบที่สมาคมกำหนด
8.2 ประดับเครื่องหมายของสมาคมในโอกาสอันสมควร
8.3 เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมของสมาคม
8.4 ตรวจดูรายงานการประชุมของคณะกรรมการบริหารและบัญชีงบดุลของสมาคม
8.5 ได้รับสวัสดิการและบริการต่างๆ ที่สมาคมจัดขึ้น ทั้งนี้ เป็นไปตามระเบียบที่สมาคมกำหนด
ข้อ 9 สมาชิกสามัญมีสิทธิ
9.1 เลือกและรับเลือกตั้งเป็นนายกและกรรมการบริหารสมาคม
9.2 สมาชิกที่ได้ชำระค่าบำรุงติดต่อกันไม่ต่ำกว่า สามปี เข้าชื่อกันจำนวนไม่น้อยกว่า สามสิบคน ให้คณะกรรมการบริหารจัดประชุมใหญ่วิสามัญโดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการบริหาร และในหนังสือนั้นจะต้องระบุด้วยว่าจะให้ประชุมพิจารณาญัตติเรื่องใด เมื่อคณะกรรมการบริหารได้รับหนังสือแล้ว ให้ตรวจสอบความถูกถ้วน แล้วดำเนินการตามคำร้องขอภายในกำหนด สามสิบวัน นับแต่วันได้รับคำร้องขอ
หมวดที่ 5
สมาชิกภาพ
ข้อ 10 ผู้ประสงค์สมัครเป็นสมาชิกให้ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการ
เมื่อเลขาธิการได้รับใบสมัครแล้วให้ตรวจสอบคุณสมบัติ และความถูกถ้วนก่อนเสนอต่อ คณะกรรมการบริหารพิจารณาในการประชุมคราวถัดไป
หากเลขาธิการเห็นว่าไม่สมควรรับผู้ใดเข้าเป็น สมาชิกให้แจ้งให้ผู้นั้นทราบโดยไม่ชักช้า และให้ผู้นั้นมีสิทธิยื่นอุธรณ์ต่อนายกสมาคมภายในกำหนดเวลา สิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับคำปฏิเสธและให้นายกสมาคม นำเรื่องเข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการบริหารในคราวถัดไป
มติในการรับสมัครสมาชิกจะต้องมีคะแนนเสียงรับรองไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการบริหารที่เข้าร่วมประชุม
เมื่อคณะกรรมการบริหารมีมติรับผู้ใดเป็นสมาชิกแล้ว ให้ผู้นั้นนำเงินค่าสมัครและค่าบำรุงมาชำระให้เสร็จสิ้น จึงจะมีผลให้ผู้นั้นเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์
ข้อ 11 สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลงเมื่อ
11.1 ตาย หรือ สาบสูญตามคำสั่งของศาล
11.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อเลขาธิการ และเลขาธิการได้รับหนังสือนั้นแล้ว
11.3 เป็นบุคคลไร้ความสามารถ เสมือนไร้ความสามารถหรือเป็นบุคคลล้มละลายตามคำสั่งศาล
11.4 ถูกลบชื่อออกจากทะเบียนบ้าน ตามข้อ 12
ข้อ 12 สมาชิกอาจถูกลบชื่อออกจากทะเบียนด้วยเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
12.1 ละเมิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพ และสมาคมนี้
12.2 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เหตุที่ให้ต้องจำคุกนั้นเป็นความผิด อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับวิชาชีพโดยชอบ ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
12.3 ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสมาคม หรือประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ หรือกระทำการให้แตกความสามัคคีในหมู่เพื่อนร่วมวิชาชีพ
12.4 ไม่ชำระค่าบำรุงติดต่อกันตั้งแต่ สองปี ขึ้นไป
ข้อ 13 กระบวนการลบชื่อสมาชิกออกจากทะเบียน ให้เสนอเป็นญัตติโดยกรรมการบริหารจำนวนไม่น้อยกว่า สามคน หรือโดยสมาชิกสามัญที่ได้ชำระค่าบำรุงติดต่อกันไม่ต่ำกว่า สามปี จำนวนไม่น้อยกว่า สิบห้าคน ต่อคณะกรรมการบริหาร
การลงมติให้ลบชื่อให้ลงคะแนนลับ และต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า สามในสี่ ของจำนวนกรรมการบริหารทั้งหมด แต่ก่อนที่จะลงมติต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหา ได้ชี้แจงข้อกล่าวหาต่อคณะกรรมการบริหาร เว้นแต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มาชี้แจงโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องอันสมควร
หมวดที่ 6
การบริหารสมาคม
ข้อ 14 ให้มีกรรมการบริหารคณะหนึ่งจำนวนไม่น้อยกว่า เจ็ดคน แต่ไม่เกิน สิบห้าคน ประกอบด้วย นายกสมาคม คนหนึ่ง อุปนายกสมาคมจำนวนตามความจำเป็น เลขาธิการ เหรัญญิก และนายทะเบียน ตำแหน่งละ หนึ่งคน กับกรรมการเจ้าหน้าที่อื่นตามที่เห็นสมควร
ข้อ 15 กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
15.1 ถึงคราวออกตามวาระ
15.2 ตายหรือสาบสูญตามคำสั่งของศาล
15.3 ลาออกโดยยื่นหนังสือต่อนายกสมาคมและนายกสมาคมได้รับหนังสือนั้นแล้ว
15.4 ขาดจากสมาชิกภาพตามข้อ 11
15.5 ขาดประชุมคณะกรรมการบริหาร สามครั้ง ติดต่อกันโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้นายกสมาคมทราบ
ข้อ 16 คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้
16.1 บริหารกิจตามวัตถุประสงค์และข้อบังคับของสมาคม
16.2 วางระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เพื่อดำเนินการตามข้อ 16.1 โดยไม่ขัดกับข้อบังคับนี้
16.3 กำหนดตำแหน่งกรรมการเจ้าหน้าที่ตามข้อ 14 วรรคหนึ่ง และตั้งอนุกรรมการเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งของสมาคม
16.4 แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีเกียรติคุณเป็นที่ปรึกษาสมาคม โดยให้ที่ปรึกษาเข้าร่วมและออกความคิดเห็นในการประชุม แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
ข้อ 17 กรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งสมัยละ สองปี เริ่มต้นและสิ้นสุดในวันประชุมใหญ่สามัญประจำปี
ในระหว่างที่คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ยังไม่ได้รับตำแหน่งให้คระกรรมการบริหารชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่อันเป็นปกติไปพลางก่อน
ข้อ 18 คณะกรรมการบริหารต้องประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง
ในการประชุมต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงถือเป็นองค์ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสมาคมเป็นประธานที่ประชุม และถ้าอุปนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
ข้อ 19 นายกสมาคม เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก
19.1 นายกสมาคม มีหน้าที่อำนวยการบริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับและวัตถุประสงค์ของสมาคม
19.2 อุปนายกสมาคม เป็นผู้ช่วยเหลือนายกสมาคม ทำการแทนเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือปฏิบัติงานตามที่นายกสมาคมมอบหมาย
19.3 เลขาธิการ มีหน้าที่เป็นผู้นัดประชุมคณะกรรมการบริหาร นัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี นัดประชุมใหญ่อื่นๆ บันทึกการประชุม ดูแลรักษาเอกสารอื่นรวมทั้งทรัพย์สินต่างๆ ของสมาคม ติดต่อกับสมาชิกและปฏิบัติหน้าที่อย่างอื่นที่มิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดผู้หนึ่งโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการของสมาคมควบคุมพนักงานเจ้าหน้าที่ของสมาคม แต่การรับบุคคลเข้าทำงาน หรือให้ออกจากงาน เลขาธิการจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร
19.4 เหรัญญิก มีหน้าที่เก็บรักษาเงิน ทำบัญชี,งบดุล และดูแลผลประโยชน์อันเกี่ยวเนื่องกับเงินและทรัพย์สินอื่นของสมาคม
19.5 นายทะเบียน มีหน้าที่จัดทำและเก็บรักษาไว้ซึ่งทะเบียนสมาชิกให้ตรงตามความเป็นจริง
ข้อ 20 เงินรายได้ทั้งหมดของสมาคมให้ฝากไว้ที่ธนาคารที่มีความมั่นคง หรือซื้อตราสารทางการเงินที่ออกหรือรับรองโดยรัฐบาล ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริหาร การเบิกจ่ายเงินของสมาคมให้นายกสมาคม เลขาธิการและเหรัญญิกของสมาคม ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราของสมาคมเป็นสำคัญ
ข้อ 21 นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้ไม่เกินครั้งละ หนึ่งหมื่นบาท หรือรวมแล้วไม่เกิน สองหมื่นบาท ภายในหนึ่งเดือน หากจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร
การอนุมัติสั่งจ่ายเงินทุกครั้งตามวรรคหนึ่ง นายกสมาคมต้องแจ้งให้คระกรรมการบริหารทราบในการประชุมคราวถัดไป
ข้อ 22 เหรัญญิกมีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้ไม่เกินครั้งละ ห้าพันบาท หรือรวมแล้วไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท ภายในเวลาหนึ่งเดือน เหรัญญิกจะเก็บเงินสดไว้ได้ไม่เกิน ห้าพันบาท
เหรัญญิกต้องจัดทำงบดุลแสดงฐานะการเงินของสมาคมทุกเดือนปิดแสดงไว้ ณ ที่ทำการสมาคมและต้องทำงบดุลทุกวันที่ 31 ธันวาคมเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
หมวด 7
การเลือกตั้งนายกและกรรมการบริหารสมาคม
ข้อ 23 นายกสมาคมและกรรมการบริหารให้เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยที่ประชุมเลือกสมาชิกสามัญจำนวน ห้าคน ขึ้นทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการเลือกตั้ง
ให้สมาชิกสามัญเสนอชื่อผู้ที่อยู่ในที่ประชุมผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกสมาคม จากสมาชิกสามัญด้วยกันต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย ห้าคน การเลือกตั้งให้กระทำโดยให้สมาชิกสามัญลงคะแนนลับ ผู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคม ถ้าได้คะแนนเท่ากัน ให้ใช้วิธีจับฉลาก
ผู้ใดจะดำรงตำแหน่งนายกสมาคมติดต่อกันเกินกว่า สองสมัย ไม่ได้
เมื่อที่ประชุมเลือกนายกสมาคมได้แล้ว ให้ที่ประชุมมีมติกำหนดจำนวนคณะกรรมการบริหารส่วนที่เหลือตามข้อ 14 จากนั้นให้นายกสมาคมมีสิทธิเลือกสมาชิกสามัญมาเป็นคณะกรรมการบริหารได้กึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการบริหารที่ที่ประชุมใหญ่กำหนด
การเลือกตั้งกรรมการบริหารสมาคมตามจำนวนที่ยังเหลือจากส่วนที่นายกสมาคมได้เลือกไปแล้วนั้น ให้สมาชิกสามัญเสนอชื่อสมาชิกสามัญผู้ที่อยู่ในที่ประชุม ซึ่งตนเห็นสมควรเป็นกรรมการบริหารจากเว็บไซต์ที่สมาชิกสังกัดเว็บไซต์ไม่เกิน หนึ่งคน โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย ห้าคน และเลือกตั้งโดยให้สมาชิกสามัญลงคะแนนลับ ผู้ได้คะแนนสูงสุดตั้งแต่ อันดับหนึ่ง ถึง อันดับสุดท้ายตามจำนวนคณะกรรมการ ถือว่าเป็นผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหาร ถ้าได้คะแนนเท่ากันให้ใช้วิธีจับฉลาก
ผู้ได้รับคะแนนรองลงมาให้เป็นสำรองกรรมการและให้เลื่อนขึ้นมาเป็นกรรมการแทนเมื่อกรรมการผู้ได้รับเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ตามข้อ 15 โดยให้กรรมการที่เข้ามาแทนอยู่เท่ากับวาระที่เหลือของคนที่ตนแทน
กรรมการบริหารที่ไม่ใช่นายกสมาคมจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่าสามสมัยไม่ได้
ให้คณะกรรมการบริหารชุดที่สิ้นสุดลงตามวาระ มอบงานให้คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งเรียบร้อยแล้ว
หมวด 8
การควบคุมความประพฤติของสมาชิก
ข้อ 24 จริยธรรมของวิชาชีพตามข้อ 7 ที่สมาชิกทุกคนต้องยึดถือปฏิบัติได้แก่
24.1 ส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งเสรีภาพของการเสนอข้อมูลข่าวสารและความคิดเห็นบนเว็บไซต์
24.2 การนำเสนอข้อมูลข่าวสารบนเว็บ จะต้องไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือ พาดพิงให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด หากพบข้อความในลักษณะดังกล่าวจะต้องรีบแก้ไขให้ถูกต้องโดยเร็ว
24.3 ในการได้มาซึ่งเนื้อหา ภาพ เสียง วีดีโอ โปรแกรม หรือข้อมูลอื่นใด มาเผยแพร่บนเว็บ จะต้องใช้วิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น
24.4 ไม่กระทำการก่อกวน บุกรุก ทำความเสียหาย ให้แก่เครื่องให้บริการและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น
24.5 ไม่กระทำการอันเป็นการบั่นทอนเกียรติคุณของวิชาชีพหรือความสามัคคีของเพื่อนร่วมวิชาชีพ
ข้อ 25 ให้คณะกรรมการบริหาร เลือกคณะกรรมการควบคุมจริยธรรมวิชาชีพ จากสมาชิกสามัญผู้มีความประพฤติดีขึ้นคณะหนึ่ง มีจำนวนไม่เกินห้าคนที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับ บุคคลในข้อ 9 (2)
ข้อ 26 คณะกรรมการควบคุมจริยธรรมมีอำนาจหน้าที่
26.1 สอดส่องและควบคุมความประพฤติของสมาชิกให้เป็นไปตามข้อบังคับและจริยธรรมวิชาชีพ
26.2 สอบสวนสมาชิกที่ถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดจริยธรรม เมื่อได้รับคำขอจากคณะกรรมการบริหาร
26.3 สอบสวนคุณสมบัติ และความประพฤติของผู้สมัครเป็นสมาชิกใหม่ ตามที่คระกรรมการบริหารร้องขอในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมจริยธรรมวิชาชีพ ดำเนินการสอบสวนแล้ว ให้เสนอความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการบริหารเพื่อดำเนินการต่อไป
ข้อ 27 คณะกรรมการควบคุมจริยธรรมมีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับอายุของคณะกรรมการบริหารในปีนั้น
หมวด 9
การประชุมใหญ่
ข้อ 28 การประชุมใหญ่ของสมาคมมีได้ 2 กรณีคือ
28.1 การประชุมใหญ่สามัญ
28.2 การประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ 29 ให้มีการประชุมใหญ่สามัญปีละหนึ่งครั้งภายในเดือนกันยายนของทุกปี เพื่อ
29.1 ให้คณะกรรมการบริหารแถลงผลงานในรอบปี
29.2 รับรองงบดุลประจำปี
29.3 ตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี/ที่ปรึกษากฎหมาย
29.4 เลือกตั้งนายกสมาคมและคณะกรรมการบริหาร
29.5 เรื่องอื่นๆ
ข้อ 30 การประชุมใหญ่วิสามัญกระทำได้เมื่อ
30.1 คณะกรรมการบริหารเห็นสมควรเมื่อมีปัญหาที่จะต้องหารือ หรือให้ที่ประชุมใหญ่วินิจฉัย
30.2 สามัญสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบคน ร้องขอให้เรียกประชุมตามข้อ 9 (2)
ข้อ 31 การประชุมใหญ่ตามข้อ 29 และ 30 ต้องมีสามัญสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า หนึ่งในสามของจำนวนสามัญสมาชิกทั้งหมด หรือจำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบคนจึงจะเป็นองค์ประชุม
ข้อ 32 การนัดประชุมใหญ่ตามข้อ 29 ละ 30 ให้เลขาธิการแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า เจ็ดวัน และให้ปิดประกาศไว้ ณ ที่ทำการสมาคม
หมวด 10
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ
ข้อ 33 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับนี้จะกระทำได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่และมติให้แก้ไขข้อบังคับต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า สองในสาม ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม
ข้อ 34 ญัตติขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับต้องมาจากคณะกรรมการบริหาร หรือมาจากสามัญสมาชิกที่ได้ชำระค่าบำรุงติดต่อกันไม่ต่ำกว่า สามปี จำนวนไม่น้อยกว่า สามสิบคน โดยให้ทำเป็นหนังสือและให้เลขาธิการทำสำเนาแจกจ่ายแก่สมาชิกก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า เจ็ดวัน
ให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนด สามสิบวัน นับแต่วันที่เลขาธิการได้รับญัตติดังกล่าว
หมวด 11
การเลิกสมาคม
ข้อ 35 สมาคมเลิกโดย
35.1 ที่ประชุมใหญ่สามัญมีมติให้เลิก
ในการประชุมให้เลิกสมาคมนั้นต้องมีสามัญสมาชิกไปประชุมไม่น้อยกว่าสองในสาม ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
35.2 เลิกตามกฎหมาย
ข้อ 36 เมื่อสมาคมต้องเลิกไปไม่ว่าโดยสาเหตุใด ๆ ให้ทรัพย์สินของสมาคมตกเป็นองค์กรที่พัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา ตามมติที่ประชุมใหญ่
หมวด 12
บทเฉพาะกาล
ข้อ 37 ในวาระเริ่มแรก หลังจากจดทะเบียนตั้งสมาคมข้อบังคับนี้แล้ว ให้คณะกรรมการชมรม ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการบริหารสมาคมไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการประชุมใหญ่สามัญของสมาคมในครั้งถัดไป





